บล.DAOL ชี้เป้า หุ้นได้ประโยชน์ ไทยช่วยไทย พลัส รัฐบาลฟันธงไปต่ออีก 2 เดือน
หุ้น! ได้ประโยชน์ ไทยช่วยไทย พลัส รัฐบาลฟันธงไปต่ออีก 2 เดือน บล. DAOL มอง กลุ่ม food & beverage - สินค้าอุปโภค เป็นบวก
เป็นที่ชัดเจนจากนายเอกนิติ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แล้วว่า รัฐบาลจะขยายเวลาโครงการไทยช่วยไทย พลัส เพื่อบรรเทาวิกฤตพลังงานและราคาข้าวของที่แพงขึ้นจากสถานการณ์สงคราม ซึ่งกระทบต่อการบริโภคของประชาชน
โดยปัจจุบันสงครามและวิกฤตพลังงานยังคงยืดเยื้อ ทั้งนี้ปัจจุบันยังมีเม็ดเงินคงเหลือในวงเงินส่วนแรกอยู่ประมาณ เกือบ 50,000 ล้านบาท จากวงเงินของ พ.ร.ก. กู้เงิน 400,000 ล้านบาท
ในส่วนแรกสำหรับเยียวยาประชาชน และจะเติมเงินให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วย ซึ่งจะยึดตามจำนวนผู้ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐที่ผ่านคุณสมบัติ ซึ่งจะได้รับสิทธิตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2569 เป็นต้นไป ส่วนคนที่ไม่ผ่านคุณสมบัติสวัสดิการแห่งรัฐ ก็จะได้รับสิทธิไทยช่วยไทยพลัส
ขณะที่ในมุมของนักลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) DAOL มีมุมมองต่อเรื่องนี้เป็นบวกมากขึ้นต่อมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเฟสใหม่” โดยไทม์ไลน์มีความชัดเจนมากขึ้น จึงมองว่า หุ้นที่ได้ประโยชน์มากสุด ตามสัดส่วนรายได้ ในประเทศ ได้แก่ NEO (ซื้อ/เป้า 31.00 บาท), CBG (ซื้อ/เป้า 67.00 บาท) และ OSP (ซื้อ/เป้า 20.00 บาท)
สำหรับ กลุ่มหุ้นได้รับประโยชน์ ได้แก่
กลุ่ม food & beverage : ได้รับประโยชน์จากการบริโภคในประเทศที่เพิ่มขึ้น
- CBG (ซื้อ/เป้า 67.00 บาท) สัดส่วนรายได้ domestic branded own 35% ของรายได้รวม
- OSP (ซื้อ/เป้า 20.00 บาท) สัดส่วนรายได้ domestic beverage 66% ของรายได้รวม
- SAPPE (ซื้อ/เป้า 35.00 บาท) สัดส่วนรายได้ domestic ที่ 27% ของรายได้รวม
- SNNP (ซื้อ/เป้า 8.00 บาท) สัดส่วนรายได้ domestic 79% ของรายได้รวม โดยเป็น MT 65% และ TT 35%
กลุ่มสินค้าอุปโภค
- NEO (ซื้อ/เป้า 31.00 บาท) สัดส่วนรายได้ domestic 92% ของรายได้รวม
- OSP (ซื้อ/เป้า 20.00 บาท) สัดส่วนรายได้ domestic personal care ประมาณ 12% ของรายได้รวม
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB